ปลากัดสังกะสี

ปลากัดสังกะสี

บทนำเกี่ยวกับปลากัดสังกะสี

ในโลกของปลาสวยงาม หนึ่งในสายพันธุ์ที่คลาสสิคและเป็นที่นิยมไม่เคยเปลี่ยนแปลง คือ ปลากัดสังกะสี (Plakat Sangkase) ผู้โดดเด่นทั้งรูปลักษณ์สง่าผ่าเผย และนิสัยนักสู้สุดแกร่ง บทความนี้จะพาคุณดำดิ่งสู่โลกใต้น้ำ ไปทำความรู้จักกับปลากัดสายพันธุ์นี้กันอย่างใกล้ชิด

กำเนิดของนักสู้: จากปลาป่า สู่ปลาสวยงาม ปลากัดสังกะสี

ปลากัดสังกะสีมีต้นกำเนิดมาจากการคัดเลือกสายพันธุ์ของปลากัดป่า ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น นักเลงปลากัดนิยมนำปลากัดป่ามาต่อสู้กัน ซึ่งปลากัดที่กัดเก่ง อึด ทน แข็งแรง จะได้รับการคัดเลือกเป็นพ่อแม่พันธุ์ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดเป็นปลากัดสังกะสี ที่มีรูปร่าง สีสัน และชั้นเชิงการต่อสู้แตกต่างจากปลากัดป่า จุดเด่นคือผิวหนังหนาไม่ขาดง่ายเมื่อถูกกัด ต่างจากปลากัดป่า ทำให้มีความทนทานมากขึ้น

รูปลักษณ์สง่า สมฉายา “อุปรากรจีน”:

ปลากัดสังกะสีตัวผู้ มีรูปร่างป้อมเพรียวสวยงาม ลำตัวยาวประมาณ 6-8 เซนติเมตร ครีบหางพลิ้วไหวเป็นรูปพัด หรือยาวแหลมคล้ายใบโพธิ์ มีสีสันหลากหลาย ทั้งแดง น้ำเงิน เขียว ม่วง ขาว ครีม เหลือง โดยมักมีสีเข้มที่โคนหางและจางลงบริเวณปลายหาง ครีบหลังและครีบก้นยาวใหญ่ คล้ายครีบปลาจีนโบราณ ดวงตาโตสีแดงสด แวววับ ดั่งประกายไฟ ส่งผลให้ปลากัดสังกะสีได้ฉายาว่า “อุปรากรจีน”

จอมกัดแห่งผืนน้ำ: นิสัยดุร้าย สันนักสู้

ปลากัดสังกะสีมีสัญชาตญาณนักล่าและนักสู้สูง ดุดันและไม่ยอมถอย โดยเฉพาะตัวผู้ มักหวงถิ่นอยู่อาศัยและก้าวร้าวต่อปลาตัวอื่น เพียงแค่มองตาหรือขยับครีบ ก็พร้อมจะไล่กัดศัตรู ตัวเมียอาจจะดุร้ายน้อยกว่า แต่ก็มีสัญชาตญาณการต่อสู้เช่นกัน การเลี้ยงรวมกันหลายตัวจึงไม่เหมาะ ควรเลี้ยงเดี่ยวตัว หรือแบ่งเป็นคู่ในตู้เดียวกัน

ชั้นเชิงการต่อสู้: นักมวยไทยแห่งวงปลา

การต่อสู้ของปลากัดสังกะสี เป็นศิลปะแห่งสงคราม ปลาจะบานครีบ หยืดตัว ชี้อกลุ่้ม เฉื่อยฉาย ก่อนแล่เข้าประชิดคู่ต่อสู้ โจมตีด้วยการกัด ครีบหางตวัดพริ้ว รวดเร็ว ว่องไว ปลากัดสายพันธุ์นี้มีจุดเด่นที่ชั้นเชิงการต่อสู้ เน้นโจมตีจุดสำคัญ เคลื่อนไหวคล่องแคล่ว และไม่ยอมแพ้งง่าย เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดใจนักเลงปลากัด

การเลี้ยงดูที่ไม่ยุ่งยาก: เพื่อนร่วมน้ำที่แสนสง่า

ปลากัดสังกะสีเลี้ยงง่าย ทนทาน เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นเลี้ยงปลาสวยงาม ควรเลี้ยงในตู้ปลาขนาดเล็ก 15-20 ลิตร เปลี่ยนน้ำสัปดาห์ละครั้ง ให้อาหารสดหรืออาหารเม็ดวันละ 2-3 ครั้ง อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ที่ 22-28 องศาเซลเซียส เลี้ยงให้โดนแดดอ่อนๆ ช่วยให้สีสันสดใส

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : http://saiphanplakat.com/